
|
โดย ผู้จัดการออนไลน์ |
29 เมษายน 2548 |
ผ่านร้อนหนาวในแวดวงบาร์เทนเดอร์มานับ
10
ปี
จนไต่เต้ามาเป็นทั้งผู้ควบคุมดูแลบาร์เทนเดอร์ในคลับหรูชื่อดังย่านสุขุมวิท
รวมทั้งยังเป็นวิทยากรสอนผสมเครื่องดื่มระดับมืออาชีพที่
Harrys Academy of Bartending
มนัส แก้วก่ำ
หรือ
อเล็กซ์
อดีตรองแชมป์บาร์เทนเดอร์ประเทศไทยวัย
29
ปี
ร่วมพูดคุยแนะนำผู้ที่สนใจเข้าแข่งขันชิงแชมป์บาร์เทนเดอร์ ในรายการ
บาร์คาร์ดี้-มาร์ตินี่
กรังด์ ปรีซ์ ไทยแลนด์ แชมป์เปี้ยนชิป
2005
เวทีเพื่อเฟ้นหาช้างเผือกบาร์เทนเดอร์ฝีมือดี ร่วมชิงชัยในเวทีระดับสากล ณ
ประเทศอิตาลี ซึ่งในปีนี้จะดำเนินการแข่งขันรอบคัดเลือกทั้งในกรุงเทพฯ
และต่างจังหวัด โดยจะตัดสินรอบชิงชนะเลิศในวันที่
30
พ.ค.
ศกนี้
มนัส
บอกถึง
เสน่ห์ของอาชีพบาร์เทนเดอร์ว่า เป็นอาชีพที่สุจริต
ได้พบปะกับผู้คนหลากหลายอาชีพ
รู้จักเหล้าแปลกๆ และคิดได้สูตรเครื่องดื่มเพิ่มมากขึ้น
ที่สำคัญรายได้ดีหากมีโอกาสได้ไปทำงานตามโรงแรม คลับ บาร์ หรือ รีสอร์ท
ที่มีชื่อเสียง
ในต่างประเทศ บาร์เทนเดอร์
ไม่พียงเป็นแค่คนผสมเหล้าเท่านั้นแต่ได้รับความสำคัญเทียบเท่าระดับผู้จัดการ
ดังนั้นจึงถือเป็นอาชีพที่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำเลยทีเดียว
ไม่เพียงเท่านี้ยังมีอาชีพเป็นนักคิดค็อกเทลสูตรเฉพาะให้กับคนดัง
หรือสถานที่ต่างๆ
โดยดึงเอาบุคลิกลักษณะ รวมถึงใช้วัตถุดิบที่เหมาะสมมาผสมเป็นค็อกเทล เช่น
ถ้าเป็นค็อกเทลสำหรับสปาก็จะใช้ส่วนผสมหลักเป็นสมุนไพร ผัก
ผลไม้
สำหรับคุณสมบัติของบาร์เทนเดอร์ที่ดี คือ รักในงาน
และต้องตั้งใจหมั่นศึกษาสูตร และสร้างสรรค์กรรมวิธีในการผสมให้อร่อย
เพื่อให้ลูกค้าติดใจ และควรหมั่นตรวจเช็คเครื่องมือ และอุปกรณ์
รวมทั้งต้องมีความสามารถทางด้านภาษาอังกฤษทั้งฟัง พูด อ่าน
รองรับลูกค้าต่างชาติด้วย
ส่วนความแตกต่างระหว่างค็อกเทลที่ถูกปากระหว่างชาวไทย และชาวต่างชาติ
ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสภาพอากาศในเมืองไทยที่ร้อนอบอ้าวเป็นส่วนใหญ่
เครื่องดื่มที่ถูกใจคนไทยควรจะเน้นเป็นฟรุต ดริงค์
ที่มีส่วนผสมของน้ำผลไม้เป็นหลัก ด้านรสชาติต้องหอมหวานตามด้วยเปรี้ยว
จึงจะถูกปากคอค็อกเทลชาวไทย
ส่วนรสชาติที่ชาวต่างชาติส่วนใหญ่ปลื้มต้องเปรี้ยวนำหน้ารสอื่น
ที่สำคัญค็อกเทลไม่จำเป็นต้องมีแอลกอฮอลล์ผสมใรครื่องดื่มเสมอไป
ในฐานะที่เขาเคยผ่านการแข่งขันบาร์เทนเดอร์ในเวทีระดับสากล
จึงอยากบอกเล่าประสบการณ์แก่บรรดารุ่นน้องๆ ว่าให้ใส่ใจการฝึกซ้อมให้มากซึ่งต้องใช้ความอดทนสูงมาก
เหมือนกับการเดาะบอลครั้งแรกๆ ก็ต้องร่วงเป็นธรรมดา
สมัยก่อนตอนเริ่มฝึกใหม่ๆ
ขวดแตกกระจายเต็มห้องนับร้อย นับพันใบกว่าจะมาถึงวันนี้
บางคนควงหล่นแตกแค่ไม่กี่ใบก็ท้อแท้เสียแล้ว
ที่สำคัญคือ
ต้องมีลีลาเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง
เพราะถ้าลอกเลียนแบบคนอื่นมา คนดู
หรือคณะกรรมการที่คลุกคลีในแวดวงนี้มานานมักจะดูออก
ทางที่ดีควรดัดแปลงให้เป็นตัวของเราเพื่อใช้เรียกคะแนนจากกรรมการ
นอกจากนี้ยังต้องศึกษากฎกติกาให้ละเอียดก่อนว่าสามารถเรียกคะแนนได้จากตรงไหนบ้าง
เมื่อก่อนไปให้ความสำคัญกับการโชว์ลีลามากเกินไป
ทำให้มองข้ามความสำคัญเรื่องเทคนิค
เช่น
Flair
การนำเสนอลีลาท่าทางประกอบการแสดง,
Pour Test
ความเร็ว
และความแม่นยำในการริน และผสม,
รสชาติ รูปโฉมการตกแต่งแก้วค็อกเทล และการแต่งกาย
เป็นต้น
ที่สำคัญต้องพัฒนาความรู้ด้านภาษาอังกฤษอย่างมากเมื่อต้องเข้าสู่การแข่งขันระดับสากล