
บาร์เทนเดอร์'มืออาชีพไม่ใช่แค่เด็กชงเหล้า
1/05/2005
เดลินิวส์
เครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์สีสันสดใสในแก้วใบสวยที่เรียกกันโดยรวมว่าค็อกเทล
ใครจะไปคิดว่าไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ
ที่เครื่องดื่มเหล่านั้นจะถูกผสมผสานจนออกมาสู่นักดื่มในรูปลักษณ์อย่างที่เห็น
เพราะค็อกเทลแต่ละแก้วจะประกอบด้วยส่วนผสมต่าง ๆ ตั้งแต่
2
ชนิดขึ้นไปจนบางแก้วอาจรวมแล้วได้ถึง
10
ชนิด
ดังนั้นคนที่จะมาทำหน้าที่ผสมให้ส่วนผสมเหล่านั้นกลมกลืนมีรสชาติหอมหวานชวนดื่ม
ย่อมต้องไม่ใช่แค่เด็กบาร์น้ำอย่างที่เรามักเรียกพวกเขารวมว่าบาร์เทนเดอร์ไปด้วยแน่นอน
อีกอย่างที่คนอาจคาดไม่ถึงก็คือ รายได้อันงดงามของอาชีพนี้
�รายได้เป็นเรื่องสำคัญ
ถ้ารายได้ไม่ดีไม่มีใครอยู่ได้
สำหรับบาร์เทนเดอร์ในโรงแรมห้าดาวของไทยจะได้เงินเดือน ๆ ละ
30,000
บาทขึ้นไป�
มนัส
แก้วก่ำ หรือ อเล็กซ์ นิกเนมภาษาสากลที่เรียกได้ง่ายทั้งคนไทยและคนต่างชาติ
เจ้าของตำแหน่งรองแชมป์
Bacardi-Martini
Grand Prix Thailand Championship 2004
บอกเล่าถึงอาชีพที่กลายเป็นความใฝ่ฝันของใครหลายคน ณ วันนี้
สำหรับประเทศไทยรายได้อาจจะอยู่แค่เพียงที่หลักหมื่น
แต่ในต่างประเทศอาชีพนี้อาจทำรายได้ต่อเดือนถึงหลักแสน
เพราะบาร์เทนเดอร์ไม่ใช่แค่การผสมเครื่องดื่มให้มีรสชาติดีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
�ถ้าเปรียบเทียบแล้วบาร์เทนเดอร์ต่างประเทศจะเหมือนกับเป็นผู้จัดการ
ดูแลตั้งแต่พนักงานเสิร์ฟ บาร์ทั้งหมด
ในอเมริกาแม้แต่ดาราบางคนยังอยากที่จะเป็น
แต่กลับเป็นเรื่องยากเพราะคุณจะต้องมีใบอนุญาตก่อนเป็นอันดับแรก�
อเล็กซ์เล่าถึงประสบการณ์ที่เขาเคยสัมผัสมาขณะที่ไปผสมเหล้าอยู่อเมริกา
อาชีพนี้ไม่เพียงนำมาซึ่งรายได้อันงดงามของ อเล็กซ์เท่านั้น
แต่อีกด้านมันยังนำชื่อเสียงมาสู่เด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ก้าวเข้าสู่อาชีพนี้อย่างไม่ได้ตั้งใจด้วย
หลังจากเข้าทำงานแล้วหัวหน้าเห็นแววที่มีอยู่ในตัว
เขาจึงกลายเป็นตัวแทนเข้าแข่งขันชิงแชมป์บาร์เทนเดอร์ของประเทศไทย
ในปีที่สองของการแข่งขันอเล็กซ์ก็สามารถชิงตำแหน่งแชมป์ประเทศไทยมาได้
และได้มีโอกาสเดินทางไปแข่งขันในต่างประเทศ
�ช่วงนั้นเป็นช่วงแรกที่คนไทยได้ไปแข่งกับต่างประเทศ
ทำให้เราไม่รู้กฎกติกาจึงพลาดคะแนนในหลายจุด
โดยเฉพาะการโชว์ลีลาที่มากเกินไป�
และนั่นก็ทำให้เขาได้ตำแหน่ง
Man Ship
Award
มาครอง
แต่เรื่องรสชาติของเครื่องดื่มกลับเป็นเรื่องที่สำคัญมากกว่าในการแข่งขันระดับนานาชาติ
สิ่งหนึ่งที่ทำให้วงการบาร์เทนเดอร์ของไทยพัฒนาช้า ก็คือ
การขาดความต่อเนื่องในการจัดการแข่งขันในระดับประเทศ
แต่ปัจจุบันการท่องเที่ยวที่กลายมาเป็นรายได้หลักของประเทศเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้อาชีพนี้ได้รับความสนใจและมีการพัฒนามากขึ้น
จึงไม่น่าแปลกใจที่วันนี้ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษาที่เรียนสาขาที่เกี่ยวข้อง
พนักงานบริษัท หรือคนทั่วไปที่ชื่นชอบเครื่องดื่มประเภทนี้
จะหันมาสนใจเรียนการผสมเครื่องดื่มกันอย่างจริงจัง
�ผมมีลูกศิษย์หลายสาขาอาชีพ
ทั้งครู ตำรวจ นักศึกษาปริญญาโท-เอก
เมื่อเรียนจบมาทุกคนสามารถทำงานได้ แต่ก็ต้องอาศัยการฝึกฝนด้วย
ซึ่งเราจะสอนอย่างที่คนทำงานจริง ๆ เขาทำกัน ตั้งแต่การหั่นมะนาว
เตรียมน้ำเชื่อม�
อดีตรองแชมป์ที่ผันตัวเองมาเป็นวิทยากรให้กับสถาบัน
Harry's Academy of Bartending
ล่าถึงวิธีการเรียนการสอน
การผสมเครื่องดื่มให้ได้ตามสูตรที่มีอยู่อาจไม่ใช่เรื่องลำบากนัก
เพราะที่ยากยิ่งกว่าก็คือการคิดค้นสูตรเครื่องดื่มชนิดใหม่ ๆ ขึ้นมา
ซึ่งในต่างประเทศนั้นบาร์เทนเดอร์เก่ง ๆ จะคิดค้นสูตรใหม่มานำเสนอเสมอ ๆ
อเล็กซ์บอกว่า
ค็อกเทลแบบไทย ๆ น่าจะเป็นแบบฟรุตดริ๊งก์
เน้นที่ส่วนผสมของน้ำผลไม้เป็นหลักมากกว่า
เพราะประเทศเราอากาศร้อนไม่ควรจะมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์มาก
ที่สำคัญคือความชอบของนักดื่มไทยที่เน้นความหอมหวานมาก่อนแล้วตามด้วยรสเปรี้ยว
ขณะที่ชาวต่างชาติจะนิยมรสเปรี้ยวนำแล้วตามด้วยความหอมหวาน
ซึ่งนี่คือสิ่งที่บาร์เทนเดอร์ควรจะรู้ถึงรสนิยมของลูกค้า
นอกจากความรักในงานที่ทำ ความขยัน
และความคิดสร้างสรรค์ที่จะคิดค้นค็อกเทลใหม่ ๆ แล้ว
บาร์เทนเดอร์ที่ดีจะต้องมีความรู้ภาษาอังกฤษในระดับหนึ่งด้วย
เพราะนอกจากเหล้าแต่ละชนิดจะมีชื่อเป็นภาษาต่างประเทศแล้ว
ลูกค้าหรือนักดื่มเองก็ไม่ได้มีแค่คนไทยอย่างเดียว
แต่สำหรับเรื่องลีลาการควงขวดนั้น
เป็นความสามารถเฉพาะตัวที่แต่ละคนจะต้องฝึกฝนด้วยตัวเอง
ซึ่งจะต้องอาศัยความอดทนเป็นอันดับแรก
อเล็กซ์บอกว่าตัวเขาเองยังต้องซ้อมเป็นร้อยเป็นพันครั้งกว่าจะทำได้อย่างทุกวันนี้
โดยแรก ๆ อาจจะอาศัยดูลีลาจากรุ่นพี่ แต่
80%
ของท่าทางเหล่านั้นต้องมาจากตัวเอง
ซึ่งจะมีผลต่อการเข้าแข่งขันด้วย
�ถ้าขวดไม่แตกไม่มีทางเก่ง�
ข้อคิดสุดท้ายที่อเล็กซ์ฝากถึงบาร์เทนเดอร์รุ่นใหม่และคนที่กำลังคิดอยากจะเข้ามายึดอาชีพนี้บ้างในอนาคต